เสริมกล้า

วัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

ข้าพเจ้า ตกลงให้ความยินยอมแก่มูลนิธิเสริมกล้าเพื่อดำเนินการจัดเก็บ ประมวลผล หรือนำข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ดังนี้

นโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

Privacy Policy

นโยบายนี้ใช้สำหรับการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของมูลนิธิเสริมกล้า (“มูลนิธิ”) สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้ผ่านช่องทางของมูลนิธิ ทั้ง offline และ online เช่น การโทรศัพท์ติดต่อเข้ามา การเข้าใช้เว็ปไซต์ และโซเชียลมีเดียของมูลนิธิ 

ก่อนที่ท่านจะใช้งานเว็บไซต์นี้ ขอความร่วมมือท่านอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไข และนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล หากท่านไม่สามารถยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ใคร่ขอให้ท่านยุติการใช้งานเว็บไซต์นี้ทันที หากท่านตกลงใช้งานต่อไป ถือว่าท่านยินยอมตามข้อกำหนดและเงื่อนไข และนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล โดยมูลนิธิมีนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

ข้อ 1. คำนิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม 

“คุกกี้ (Cookies)” หมายถึง ข้อมูลที่ได้ส่งจากเว็บไซต์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ในขณะที่ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้นกำลังเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ 

ข้อ 2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

2.1 มูลนิธิจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่มูลนิธิได้รับ โดยทางตรงหรือทางอ้อม อันประกอบด้วย

2.2 มูลนิธิจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพียงเท่าที่จำเป็น หรือเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวมรวม และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ มูลนิธิอาจเก็บข้อมูลของท่านโดยแปลงเป็นข้อมูลไม่ระบุตัวตน

กรณีที่มีการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ หรือโฆษณาอื่นที่ไม่ใช่ของมูลนิธิ นโยบายการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นไปตามที่เว็บไซต์นั้น ๆ กำหนด โดยมูลนิธิไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

2.3 วิธีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น 

2.4 เด็ก 

มูลนิธิไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวจากเด็กอายุน้อยกว่าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด (“ข้อจำกัดด้านอายุ”) หากท่านมีอายุน้อยกว่าข้อจำกัดด้านอายุ โปรดอย่าใช้บริการของมูลนิธิ และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ แก่มูลนิธิ

หากท่านเป็นบิดามารดาของเด็กที่มีอายุน้อยกว่าข้อจำกัดด้านอายุและทราบว่าบุตรของท่านได้ให้ข้อมูลส่วนตัวแก่มูลนิธิ โปรดติดต่อมูลนิธิ และสามารถขอใช้สิทธิของท่านได้ 

หากท่านเป็นเด็กที่มีอายุน้อยกว่าข้อจำกัดด้านอายุ และมีความจำเป็นในการรับบริการและผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิ ขอให้บิดามารดาให้ความยินยอมในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ข้อ 3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม/การใช้/การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

3.1 เพื่อการทำรายการตามที่ท่านประสงค์ เช่น กรณีท่านลงทะเบียนขอรับข้อมูล มูลนิธิจะจัดเก็บและใช้เฉพาะข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email address) หมายเลขโทรศัพท์ เพื่อใช้สำหรับติดต่อกลับและดำเนินการอำนวยความสะดวกในการธุรกรรมนั้นๆ ตามที่ท่านประสงค์

3.2 เพื่อการแก้ไข ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ การจัดทำแผนการตลาด วิเคราะห์ข้อมูลการใช้ ประเมินการบริการ รวมถึงการปรับปรุงการดำเนินงานของมูลนิธิ 

3.3 เพื่อติดต่อสื่อสาร แจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในอนาคต

3.4 เพื่อดำเนินการตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา รวมถึงกับคู่สัญญาที่มูลนิธิใช้บริการ เช่น แบ่งปันข้อมูลตำแหน่งพื้นที่ของท่าน กรณีมูลนิธิใช้บริการ การระบุตำแหน่งพื้นที่ของบุคคลอื่น 

3.5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เช่น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล การศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของท่าน

3.6 เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ได้แจ้งขณะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อหนึ่งข้อใดข้างต้น

3.7 มูลนิธิจะไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่ เป็นการใช้หรือเปิดเผยเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้น หรือ เป็นการเปิดเผยต่อบุคคลในมูลนิธิ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามสัญญา หรือดำเนินการตามกฎหมาย, หน่วยงานภาครัฐ, หน่วยงานกำกับดูแล หรือได้รับความยินยอมจากท่าน

ข้อ 4. ผู้ที่อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

4.1 มูลนิธิ พันธมิตรของมูลนิธิ พนักงานของมูลนิธิที่เกี่ยวข้อง

4.2 ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นตัวแทนของมูลนิธิ รวมถึงตัวแทน ผู้รับจ้างของบุคคลนั้น

4.3 บุคคลอื่น รวมถึงตัวแทน ผู้รับจ้างของบุคคลนั้น ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับมูลนิธิ การจัดกิจกรรม การเสนอข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานของมูลนิธิ เช่น การรับชำระเงิน การจัดทำข้อมูลเอกสาร ระบบเทคโนโลยี การส่งเอกสาร การวิจัย

4.4 หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลใดที่มูลนิธิต้องเปิดเผยข้อมูล ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ หรือตามข้อตกลงที่มูลนิธิมีต่อหน่วยงานภาครัฐ หรือบุคคลอื่นใด

ข้อ 5. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

5.1 มูลนิธิจะมีการปรับปรุงและทดสอบระบบเทคโนโลยีของมูลนิธิอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความปลอดภัยสูงสุดและน่าเชื่อถือ        ในการนี้ มูลนิธิสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือการรักษาความปลอดภัย หากมูลนิธิเห็นว่าเครื่องมือดังกล่าวมีมาตรฐานสูงขึ้นและสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ดีมากยิ่งขึ้น

5.2 กรณีมูลนิธิทำความตกลงไว้กับบุคคลภายนอกในการพัฒนาและดูแลรักษาระบบ  และการจัดสรรทรัพยากรหรือบริการในนามของมูลนิธิ บุคคลภายนอกที่เข้ามาดำเนินงานให้มูลนิธิ หรือดำเนินการในนามของมูลนิธิ จะต้องตกลงรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเช่นกัน 

ข้อ 6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 ท่านที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึง ขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านซึ่งได้ให้ไว้และอยู่ในความควบคุมของมูลนิธิ หรือขอให้เปิดเผยการได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม เว้นแต่ เป็นการคุ้มครองเจ้าของข้อมูล หรือสิทธิ เสรีภาพของบุคคลอื่น, เป็นการขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด 

6.2 ท่านสามารถแจ้งยกเลิกให้มูลนิธิใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ได้ 

ภายหลังจากการยกเลิกดังกล่าว มูลนิธิอาจไม่สามารถให้บริการท่านได้อย่างเต็มความสามารถ หรือตามที่มูลนิธิได้แจ้งไว้ต่อท่านได้ ทั้งนี้ มูลนิธิอาจเก็บข้อมูลไว้เพื่อการตรวจสอบการให้บริการแก่ท่าน หรือเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยมูลนิธิจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นอีกต่อไป

6.3 หากมูลนิธิไม่ดำเนินการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด ท่านสามารถขอให้มูลนิธิดำเนินการทำลาย ลบ หรือระงับใช้ชั่วคราว หรือแปลงข้อมูลส่วนบุคคลให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลที่ไม่ระบุชื่อ

6.4 สิทธิอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด  เช่น สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล การระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล การคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

6.5 ท่านสามารถดำเนินการตามสิทธิข้างต้นโดยติดต่อผ่านอีเมล ccfsermkla@gmail.com โดยมูลนิธิจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาคำขอของท่าน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มูลนิธิได้รับคำขอดังกล่าว

ข้อ 7. กิจการเกี่ยวกับการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

ในกรณีที่มูลนิธิส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานและกิจการที่น่าสนใจให้แก่ท่าน หากท่านตกลงรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวแล้ว ประสงค์จะยกเลิกการรับข้อมูลดังกล่าว ท่านสามารถดำเนินการได้โดยติดต่อผ่าน ccfsermkla@gmail.com 

ข้อ 8. ข้อยกเว้นการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล เช่น

8.1 ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วตั้งแต่เวลาท่านได้เปิดเผยข้อมูลให้มูลนิธิ หรือถูกเปิดเผยต่อสาธารณะโดยมิใช่ความผิดของมูลนิธิ 

8.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับความยินยอมจากท่านไม่ว่าเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการอนุญาตโดยวิธีการอื่นใด

8.3 การเปิดเผยข้อมูลตามความจำเป็น เนื่องจากกระทำตามกฎหมาย, คำสั่ง, กฎ, ข้อบังคับ, คำสั่งศาล, หรือหน่วยงานของรัฐ หรือ ตามความจำเป็นอื่นใด 

ข้อ 9. ระยะเวลาการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

มูลนิธิจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการแก่ท่าน หรือดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ โดยมีระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 3 ปี หลังจากที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว หากมูลนิธิต้องการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อเพื่อประโยชน์ในการติดต่อธุรกรรมและอำนวยความสะดวก มูลนิธิจะทำการติดต่อเพื่อแจ้งให้ท่านทราบเพื่อขอความยินยอมอีกครั้ง หากท่านไม่ยินยอมให้เก็บข้อมูลต่อเราจะทำการลบข้อมูลออกจากระบบ

ข้อ 10. การปรับปรุงนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล / การติดต่อมูลนิธิ

10.1 มูลนิธิอาจมีการปรับปรุงแก้ไข รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดหรือบางส่วน ถ้ามีการแก้ไข มูลนิธิจะปรับปรุงนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทางเว็บไซต์ 

10.2 ผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ได้ที่ช่องทาง ccfsermkla@gmail.com ทั้งนี้ ผู้ใช้งานตกลงให้ดุลยพินิจของมูลนิธิถือเป็นที่สุด